สโบเบท ใครจะเป็นรายต่อไป ! ตามมาดู 10 อันดับนักเตะสัญชาติอังกฤษ ที่ไปค้าแข้งต่างแดน

สโบเบท

การที่นักฟุตบอลในสหราชอาณาจักร จะย้ายไปค้าแข้งในต่างแดน ถือว่าไม่ใช่เรื่องง่ายเลย และส่วนมากมักจะจบลงด้วยความล้มเหลวมากกว่าความสำเร็จ

สโบเบท โดย เดวิด เบ็คแฮม อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ ถือว่าเป็นผู้เล่นที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จมากที่สุุดคนหนึ่งเลย แต่ก็อย่างว่ามีประสบความสำเร็จก็ต้องมีความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดา ตาามาดูกันดีกว่าว่า 9 นักเตะสัญชาติอังกฤษที่ย้ายไปค้าแข้งยังต่างแดนมีใครบ้าง
10. ดาเลียน แอ็ตกินสัน

Image by SuperAey
ย้ายจาก เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ไปอยู่กับ รีล โซเซียดัด สำหรับกองหน้าที่มีค่าตัว 1.7 ล้านปอนด์ ถือเป็นนักเตะคนแรกจากนอกแคว้นบาสก์ ถือว่าประสบความสำเร็จพอสมควรบนแดนกระทิงดุ เนื่องจากยิง 12 ประตูจาก 29 นัด จากนั้นก็ย้ายกลับไปอยู่กับ แอสตัน วิลลา

9. พอล แกสคอยน์

Image by SuperAey
แกสคอยน์ ล้มเหลวในการย้ายไปค้าแข้งกับ ลาซิโอ ในอิตาลี ซึ่งหลายคนเชื่อว่าต้นเหตุมาจากการสกัดลูกที่งี่เง่าของเขาในการลงเล่นในเอฟเอ คัพ รอบชิงชนะเลิศให้ สเปอร์ส ในปี 1991 ทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเรื้อรังในจังหวะนั้น และเมื่อเขาย้ายไปเล่นให้กับ ‘อินทรีฟ้า-ขาว

แกสคอยน์ ก็มีอาการบาดเจ็บรบกวน ทำให้ไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้เหมือนในฟุตบอลโลกปี 1990 ที่อิตาลี โดยเขาได้ลงสนามแค่ 47 นัดจาก 3 ฤดูกาล
8. โจนาธาน วู้ดเกต

Image by SuperAey
คงจะมีไม่กี่คนที่เริ่มต้นกับสโมสรใหม่ด้วยความโชคร้ายเหมือนอย่าง วู้ดเกต หลังจากที่เซนเตอร์ฮาล์ฟผู้นี้ ต้องพลาดการลงเล่นให้กับ เรอัล มาดริด ทั้งฤดูกาล เนื่องจากปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บ

ก่อนที่จะกลับมาประเดิมสนามนัดแรกให้กับ ราชันชุดขาว ด้วยการทำเข้าประตูตัวเอง และโดนไล่ออก ทำให้คนอ่านหนังสือพิมพ์มาร์ก้า โหวตให้เขาเป็นการซื้อตัวที่แย่ที่สุดในศตวรรษที่ 21 หลังจากที่ได้ลงเล่นไปแค่ 9 นัดใน 3 ฤดูกาล
7. สแตน คอลลีมอร์

Image by SuperAey
คอลลีมอร์ เคยเป็นเจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในอังกฤษ หลังจากนั้นเขาย้ายไปเล่นให้กับ โอเบียโด้ของสเปน โดยมีแฟนมาต้อนรับ 1,500 คน แต่เวลาในสเปน ของเขาช่างสั้นนักเมื่อประกาศแขวนสตั๊ด หลังจากที่อยู่กับทีมแค่ 5 สัปดาห์
6. ไมเคิล โอเวน

PHILIPPE DESMAZES/GettyImages
โอเวน เป็นดาวยิงสูงสุดของทีม ลิเวอร์พูล ในช่วงปี 1998 ถึง 2004 ก่อนที่จะย้ายจากทีม หงส์แดง ไปอยู่กับ เรอัล มาดริด ยักษ์ใหญ่แดนกระทิงดุ

อย่างไรก็ตาม โอเวน สามารถทำได้แค่ 18 ประตูจากการลงเล่นในถิ่นเบร์นาเบวแค่ฤดูกาลเดียว รวมทั้งได้เล่นเป็นตัวจริงแค่ 15 นัด ทำให้เขาต้องย้ายกลับมาเล่นในอังกฤษอีกครั้ง ปัจจุบันก็แขวนสตั๊ดไปเรียบร้อยแล้ว
5. เดวิด เบ็คแฮม

Shaun Botterill/GettyImages
เบ็คแฮม ได้แชมป์พรีเมียร์ลีก 6 สมัย ตอนอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด และเมื่อเขาย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด ในราคา 33 ล้านปอนด์ในปี 2003 เขาก็คว้าแชมป์ลา ลีกากับ ราชันชุดขาว ในฤดูกาลที่ 4

หลังจากนั้น เบ็คแฮม ย้ายไปร่วมทีม แอลเอ แกแล็กซี ในปี 2007 และได้แชมป์เอ็มแอลเอ คัพ 2 สมัย ก่อนที่จะย้ายไปเล่นให้กับ เอซี มิลาน แบบสัญญายืมตัวช่วงสั้น ๆ สองครั้ง และปิดฉากการเล่นอาชีพด้วยการคว้าแชมป์ลีก เอิงกับ เปแอสเช

4. เควิน คีแกน

Image by SuperAey
คีแกน ถูกคาดหวังเอาไว้อย่างสูง หลังจากที่ย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปร่วมทีม ฮัมบูร์ก ใน เยอรมันด้วยค่าตัว 5 แสนปอนด์ ในปี 1977 พร้อมทั้งกลายเป็นนักเตะที่ได้ค่าเหนื่อยมากที่สุดในบุนเดสลีกา อย่างไรก็ตาม คีแกน พาทีม สิงห์เหนือ คว้าแชมป์บุนเดสลีกาในปี 1979 และ 1980 รวมทั้งได้รับเลือกเป็นนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของยุโรปสองสมัย
3. แกรี ลินิเกอร์

Image by SuperAey
ดาวยิงทีมชาติ อังกฤษ ของสโมสร เลสเตอร์ และ เอฟเวอร์ตัน ย้ายไปร่วมทีม บาร์เซโลนา ของสเปน หลังจากที่ได้รองเท้าทองคำในฟุตบอลโลกปี 1986 ที่เม็กซิโก และเขาก็ทำไป 21 ประตู ในฤดูกาลแรกกับ บาร์ซา รวมทั้งทำแฮตทริกได้ในการพบกับ เรอัล มาดริด ก่อนที่จะได้แชมป์โกปา เดล เรย์ และคัพ วินเนอร์ส คัพกับทีม
2. สตีฟ แม็คมานามาน

Image by SuperAey
แม็คมานามาน เล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ตลอดชีวิตการค้าแข้ง ก่อนที่จะย้ายไปร่วมทีม เรอัล มาดริด แบบไม่มีค่าตัวในปี 1999 และเขาก็กลายเป็นนักเตะอังกฤษ คนแรกที่ได้แชมป์แชมเปียนส์ ลีก กับทีมในต่างแดน นอกจากนั้นการที่เป็นผู้เล่นจอมทุ่มเท ทำให้เขาเป็นที่รักของแฟนๆ ทีม ราชันชุดขาว อีกด้วย

1. คริส ว้อดเดิ้ล

Image by SuperAey
อดีตปีกทีมชาติอังกฤษ และสโมสร สเปอร์ส กลายเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุด อันดับ 3 ของโลก ตอนที่เขาย้ายไปร่วมทีม มาร์กเซย ในราคา 4.5 ล้านปอนด์ในปี 1989 และเขาก็ได้รับเลือกเป็นนักเตะที่ดีที่สุดเป็นอันดับ 2 ในรอบร้อยปีของทีม มาร์กเซย โดยพาทีมคว้าแชมป์ลีก เอิง 3 สมัย แต่แพ้ในรอบชิงยูโรเปี้ยน คัพ ในการดวลจุดโทษในปี 1991